05.06.2561 นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ : จังหวัดเชียงใหม่.
จังหวัดเชียงใหม่
"เชียงใหม่" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เชียงใหม่ (แก้ความกำกวม)
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
จังหวัดเชียงใหม่ (คำเมือง:
เจียงใหม่) เป็นจังหวัดหนึ่งของไทย ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20,107 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีประชากร 1,746,840 คน มากเป็นอันดับ 5 ของประเทศ ในจำนวนนี้เป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและชานเมือง 960,906 คน โดยจังหวัดเชียงใหม่ทิศเหนือติดต่อกับรัฐฉานของเมียนมา
จังหวัดเชียงใหม่ จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับที่สองของประเทศไทย รองจากกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ โดยมีอำเภอเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของจังหวัด เมื่อ พ.ศ. 2552 มีการจัดตั้งอำเภอกัลยาณิวัฒนาเป็นอำเภอลำดับที่ 25 ของจังหวัด และลำดับที่ 878 ของประเทศ ซึ่งเป็นอำเภอล่าสุดของไทย
จังหวัดเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแต่โบราณ มี "คำเมือง" เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านประเพณีวัฒนธรรม และมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเริ่มวางตัวเป็นนครสร้างสรรค์ และได้รับการประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ของโลกทางด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน[3] เมื่อปี พ.ศ. 2560 ปัจจุบันกำลังพิจารณาสมัครเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก[4]
เนื้อหา
[ซ่อน]ประวัติศาสตร์[แก้]
เมืองเชียงใหม่ มีชื่อปรากฏในตำนานว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" (คำเมือง:
)[5]) สถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 1839 โดยพญามังราย และมีอายุครบ 720 ปี ในปี พ.ศ. 2559
ในอดีตเชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรนครรัฐอิสระ ชื่อว่า อาณาจักรล้านนา ซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ. 1839-2101) กระทั่งในปี พ.ศ. 2101 เชียงใหม่ได้เสียเมืองให้แก่พระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่า และได้อยู่ภายใต้การปกครองของพม่ามานานกว่าสองร้อยปี จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงได้มีการทำสงครามเพื่อขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่และเชียงแสนได้สำเร็จ โดยการนำของเจ้ากาวิละและพระยาจ่าบ้าน และเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองรัตตนติงสาอภินวปุรี (คำเมือง:
)[6])
หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้ากาวิละขึ้นเป็นพระบรมราชาธิบดีปกครองนครเชียงใหม่และเป็นประมุขแห่งราชวงศ์ทิพย์จักร (ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน) และต่อมา เจ้านายซึ่งเป็นเชื้อสายของพระเจ้ากาวิละ ก็ได้ปกครองเมืองเชียงใหม่และหัวเมืองต่างๆ สืบต่อมา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองประเทศราช โดยมีการจัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า "มณฑลพายัพ" ต่อมาเชียงใหม่ได้มีการปรับปรุงการปกครองและยกฐานะขึ้นเป็น "จังหวัด" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปัจจุบัน
| ||
| — จุฬาลงกรณ์ ป.ร. | ||
| ||
| — ประชาธิปก ป.ร. | ||
| ||
| — ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. 16 มกราคม 2530 | ||
| ||
| — กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม | ||
ภูมิศาสตร์[แก้]
ที่ตั้ง[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่ (ตัวอำเภอเมือง) ตั้งอยู่ ณ ละติจูด 18 องศาเหนือ ลองติจูด 98 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 310 เมตร ส่วนกว้างจากทิศตะวันตกจรดทิศตะวันออกประมาณ 138 กิโลเมตร ส่วนยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 428 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร 696 กิโลเมตร[10]
อาณาเขตติดต่อ[แก้]
- ทิศเหนือ โดยมีดอยผีปันน้ำของดอยคำ ดอยปกกล้า ดอยหลักแต่ง ดอยถ้ำป่อง ดอยถ้วย ดอยผาวอก และดอยอ่างขางอันเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาแดนลาว เป็นเส้นกั้นอาณาเขต
- ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสามเงา อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง (จังหวัดตาก) มีร่องน้ำแม่ตื่นและดอยผีปันน้ำ ดอยเรี่ยม ดอยหลวงเป็นเส้นกั้นอาณาเขต
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า (จังหวัดเชียงราย) อำเภอเมืองปาน อำเภอเมืองลำปาง (จังหวัดลำปาง) อำเภอบ้านธิ อำเภอเมืองลำพูน อำเภอป่าซาง อำเภอเวียงหนองล่อง อำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน) ส่วนที่ติดจังหวัดเชียงรายและลำปางมีร่องน้ำลึกของน้ำแม่กกสันปันน้ำดอยซาง ดอยหลุมข้าว ดอยแม่วัวน้อย ดอยวังผา และดอยแม่โตเป็นเส้นกั้นอาณาเขต ส่วนที่ติดจังหวัดลำพูนมีดอยขุนห้วยหละ ดอยช้างสูง และร่องน้ำแม่ปิงเป็นเส้นกั้นอาณาเขต
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปาย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) มีดอยผีปันน้ำ ดอยกิ่วแดง ดอยแปรเมือง ดอยแม่ยะ ดอยอังเกตุ ดอยแม่สุรินทร์ ดอยขุนยวม ดอยหลวง และร่องแม่ริด แม่ออย และดอยผีปันน้ำดอยขุนแม่ตื่นเป็นเส้นกั้นอาณาเขต
จังหวัดเชียงใหม่มีชายแดนติดต่อกับ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว อำเภอเวียงแหง อำเภอไชยปราการ รวมระยะทางทั้งสิ้น 227 กิโลเมตร พื้นที่เขตแดนส่วนใหญ่เป็นป่าเขา จึงไม่สามารถปักหลักเขตแดนได้ชัดเจน และเกิดปัญหาเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ
ภูมิประเทศ[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ 20,107.057 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 12,566,911 ไร่ มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่าละเมาะ มีที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟากฝั่งแม่น้ำปิง มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ ดอยอินทนนท์ สูงประมาณ 2,565 เมตร อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง นอกจากนี้ยังมีดอยอื่นที่มีความสูงรองลงมาอีกหลายแห่ง เช่น ดอยผ้าห่มปก (อำเภอฝาง) สูง 2,285 เมตร ดอยหลวงเชียงดาว (อำเภอเชียงดาว) สูง 2,170 เมตร ดอยสุเทพ (อำเภอเมืองเชียงใหม่) สูง 1,601 เมตร สภาพพื้นที่แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ
- พื้นที่ภูเขา คิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 80 ของจังหวัด ประกอบด้วยทิวเขาอินทนนท์ (หรือถนนธงชัยตะวันออก) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด พาดยาวจากทิศเหนือจรดใต้ ตามแนวรอยต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน และทิวเขาขุนตาน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด พาดผ่านในทิศเหนือ-ใต้ [10] พื้นที่ภูเขาส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ส่วนบางพื้นที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวเขาชาติพันธุ์ต่าง ๆ
- พื้นที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบเชิงเขา กระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง ลุ่มน้ำแม่งัด เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร
ภูมิอากาศ[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 25.4 องศาเซลเซียส โดยมีค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20.1 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,100-1,200 มิลลิเมตร สภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงใหม่อยู่ภายใต้อิทธิพลมรสุม 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งภูมิอากาศออกได้เป็น 3 ฤดู[10]
| [ซ่อน]ข้อมูลภูมิอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ. 2524–2553) | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เดือน | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
| อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) | 29.8 (85.6) | 32.6 (90.7) | 35.2 (95.4) | 36.5 (97.7) | 34.2 (93.6) | 32.7 (90.9) | 31.8 (89.2) | 31.5 (88.7) | 31.7 (89.1) | 31.4 (88.5) | 30.1 (86.2) | 28.6 (83.5) | 32.18 (89.92) |
| อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) | 10.9 (51.6) | 16.2 (61.2) | 19.5 (67.1) | 22.9 (73.2) | 23.8 (74.8) | 24.0 (75.2) | 23.9 (75) | 23.7 (74.7) | 23.2 (73.8) | 22.2 (72) | 19.2 (66.6) | 15.7 (60.3) | 20.43 (68.78) |
| ปริมาณฝน มม (นิ้ว) | 4.2 (0.165) | 8.9 (0.35) | 17.8 (0.701) | 57.3 (2.256) | 162.0 (6.378) | 124.5 (4.902) | 140.2 (5.52) | 216.9 (8.539) | 211.4 (8.323) | 117.6 (4.63) | 53.9 (2.122) | 15.9 (0.626) | 1,130.6 (44.512) |
| ความชื้นร้อยละ | 68 | 58 | 52 | 57 | 71 | 77 | 79 | 81 | 81 | 79 | 75 | 73 | 70.9 |
| วันที่มีฝนตกโดยเฉลี่ย (≥ 1 mm) | 1 | 2 | 2 | 6 | 14 | 14 | 16 | 18 | 20 | 14 | 5 | 1 | 113 |
| จำนวนชั่วโมงที่มีแดด | 272.8 | 251.4 | 269.7 | 258.0 | 217.0 | 177.0 | 170.5 | 161.2 | 156.0 | 198.4 | 234.0 | 263.5 | 2,629.5 |
| แหล่งที่มา1: กรมอุตุนิยมวิทยา (ทั่วไป 2524-2553), (ปม.ฝนเฉลี่ย 2524-2533) | |||||||||||||
| แหล่งที่มา 2: หอสังเกตการณ์ฮ่องกง (ชม.แดดออก) | |||||||||||||
ทรัพยากรป่าไม้[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีป่าไม้หลายประเภท ประกอบด้วย ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าเต็งรังผสมป่าสนเขา และป่าแดง เป็นต้น พื้นที่ป่าไม้ ประกอบด้วย ป่าธรรมชาติ สวนป่า และป่าฟื้นฟูตามธรรมชาติ โดยมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 12,222,395 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 69.93 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด[10] แบ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 25 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 14 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 4 แห่ง วนอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 1 แห่ง และจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นจังหวัดที่ถือได้ว่ามีพื้นที่เขตเมืองใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติมากที่สุดในประเทศอีกด้วย อุทยานแห่งชาติในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่
นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้เกิดขึ้นเป็นประจำ สาเหตุสำคัญเช่น การลักลอบตัดไม้ การบุกรุกเพื่อทำการเกษร และไฟป่า
ทรัพยากรน้ำ[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำปิง และมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ดและเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง และยังแบ่งตามพื้นที่ลุ่มน้ำดังนี้
- ลุ่มน้ำปิงตอนบน เป็นลุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดในภาคเหนือตอนบน มีพื้นที่ 25,355.9 ตร.กม. สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันสูง วางตัวแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่เสี่ยงต่อแผ่นดินถล่มและการชะล้างพังทลายของดินสูง ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบสะวันนา คือ มีฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งอย่างชัดเจน[ต้องการอ้างอิง] และยังมีลุ่มน้ำย่อยอีก 14 ลุ่มน้ำย่อย แม่น้ำที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำปิง แม่แตง แม่กวง แม่งัด แม่แจ่ม แม่ขาน และแม่ตื่น
- ลุ่มน้ำกก มีน้ำแม่กกเป็นแม่น้ำสายหลัก ไหลผ่านเมืองกก เข้าเขตประเทศไทยที่ช่องน้ำกก อำเภอแม่อาย แล้วไหลเข้าสู่จังหวัดเชียงราย ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ครอบคลุมพื้นที่ 2,773 ตร.กม.[ต้องการอ้างอิง]
- ลุ่มน้ำฝาง มีแม่น้ำฝางเป็นแม่น้ำสายหลัก ซึ่งมีต้นกำเนิดจากดอยขุนห้วยฝางและดอยหัวโท ทางตอนใต้ของอำเภอไชยปราการ ไหลลงสู่น้ำแม่กก มีความยาวลำน้ำประมาณ 70 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำ 1,948.5 ตร.กม. ในอำเภอไชยปราการ ฝาง และแม่อาย
ธรณีวิทยา[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรณี โดยมีการผลิตแร่ที่สำคัญ 8 ชนิด ได้แก่ ถ่านหิน เฟลด์สปาร์ (แร่ฟันม้า) แมงกานีส ชีไลต์ ดีบุก ดินขาว ฟลูออไรด์ และแร่หินอุตสาหกรรม และจังหวัดเชียงใหม่ยังมีแหล่งทรัพยากรธรณีที่สำคัญ เช่น แหล่งปิโตรเลียม อำเภอฝาง สภาพทางธรณีวิทยาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ บ่อน้ำพุร้อน อำเภอสันกำแพงและอำเภอฝาง โป่งเดือด อำเภอแม่แตง บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ อำเภอแม่ริม เป็นต้น
จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งมีรอยเลื่อนมีพลัง 2 แห่งที่พาดผ่านจังหวัด ได้แก่ "รอยเลื่อนแม่จัน" ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด พาดผ่านอำเภอฝางและอำเภอแม่อายในทิศตะวันออก-ตะวันตก และ "รอยเลื่อนแม่ทา" พาดผ่านพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดในทิศเหนือ-ใต้ ผ่านอำเภอพร้าว ดอยสะเก็ด แม่ออน เชียงดาวแม่แตง แม่ริม สันทราย เมืองเชียงใหม่ สารภี หางดง สันป่าตอง และแม่วาง นอกจากนี้พื้นที่ส่วนอื่นของจังหวัดก็มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นเช่นกัน โดยแผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางในเขตจังหวัดเชียงใหม่ครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ขนาด 5.1 มีจุดเหนือศูนย์กลางในอำเภอแม่ริม ทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยในบริเวณอำเภอแม่ริมและอำเภอใกล้เคียง
| ขยายแผ่นดินไหวในอดีตที่มีศูนย์กลางในจังหวัดเชียงใหม่ (ขนาดมากกว่า 4.0 Mw) |
การเมืองการปกครอง[แก้]
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]
- อักษรย่อ: ชม
- ตราประจำจังหวัด : รูปช้างเผือกในเรือนแก้ว หมายถึงความสำคัญ 2 ประการของจังหวัด ช้างเผือกคือช้างที่เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่นำมาถวายแด่สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) และได้ขึ้นระวางเป็นช้างเผือกเอกในรัชกาล ส่วนเรือนแก้วคือดินแดนที่พุทธศาสนารุ่งเรืองสูงสุด
- ต้นไม้ประจำจังหวัด : ต้นทองกวาว (Butea monosperma)
- ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกทองกวาว
- สัตว์น้ำประจำจังหวัด : ปลากาหรือปลาเพี้ย (Labeo chrysophekadion)
หน่วยการปกครอง[แก้]
การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]
ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ 204 ตำบล 2,066 หมู่บ้าน ซึ่งอำเภอทั้ง 25 อำเภอมีดังนี้
| เลข | ชื่ออำเภอ | ชื่อโรมัน | จำนวนตำบล | ประชากร (พ.ศ. 2560)[2] | พื้นที่ (ตร.กม.) | ความหนาแน่น (คน/ตร.กม.) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เมืองเชียงใหม่ | Mueang Chiang Mai | 16 | 234,649 | 152.36 | 1,540.11 |
| 2 | จอมทอง | Chom Thong | 6 | 66,792 | 712.3 | 93.77 |
| 3 | แม่แจ่ม | Mae Chaem | 7 | 59,728 | 2,686.57 | 22.23 |
| 4 | เชียงดาว | Chiang Dao | 7 | 92,588 | 1,882.08 | 49.19 |
| 5 | ดอยสะเก็ด | Doi Saket | 14 | 72,571 | 671.28 | 108.11 |
| 6 | แม่แตง | Mae Taeng | 13 | 75,790 | 1,362.78 | 55.61 |
| 7 | แม่ริม | Mae Rim | 11 | 93,185 | 443.63 | 210.05 |
| 8 | สะเมิง | Samoeng | 5 | 23,690 | 898.02 | 26.38 |
| 9 | ฝาง | Fang | 8 | 118,324 | 888.16 | 133.22 |
| 10 | แม่อาย | Mae Ai | 7 | 78,300 | 736.7 | 106.28 |
| 11 | พร้าว | Phrao | 11 | 49,120 | 1,148.19 | 42.78 |
| 12 | สันป่าตอง | San Pa Tong | 11 | 75,416 | 178.19 | 423.24 |
| 13 | สันกำแพง | San Kamphaeng | 10 | 85,563 | 197.83 | 432.5 |
| 14 | สันทราย | San Sai | 12 | 133,063 | 285.02 | 466.86 |
| 15 | หางดง | Hang Dong | 11 | 87,890 | 277.14 | 317.14 |
| 16 | ฮอด | Hot | 6 | 43,849 | 1,430.38 | 30.66 |
| 17 | ดอยเต่า | Doi Tao | 6 | 27,406 | 803.92 | 34.09 |
| 18 | อมก๋อย | Omkoi | 6 | 62,833 | 2,093.83 | 30.01 |
| 19 | สารภี | Saraphi | 12 | 83,504 | 97.46 | 856.83 |
| 20 | เวียงแหง | Wiang Haeng | 3 | 45,149 | 672.17 | 67.17 |
| 21 | ไชยปราการ | Chai Prakan | 4 | 46,013 | 510.85 | 90.07 |
| 22 | แม่วาง | Mae Wang | 5 | 31,834 | 601.22 | 52.95 |
| 23 | แม่ออน | Mae On | 6 | 21,266 | 442.26 | 48.08 |
| 24 | ดอยหล่อ | Doi Lo | 4 | 26,052 | 260.13 | 100.15 |
| 25 | กัลยาณิวัฒนา | Galyani Vadhana | 3 | 12,265 | 674.58 | 18.18 |
| รวม | 204 | 1,746,840 | 20,107.06 | 86.88 | ||
- ประวัติการจัดตั้งอำเภอ
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2476 ถึงปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่มีการตั้งอำเภอขึ้นใหม่ ดังนี้
|
|
การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีจำนวน 210 แห่ง ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง (องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่), เทศบาลนคร 1 แห่ง (เทศบาลนครเชียงใหม่), เทศบาลเมือง 4 แห่ง, เทศบาลตำบล 116 แห่ง, และองค์การบริหารส่วนตำบล 89 แห่ง รายชื่อเทศบาลทั้งหมดมีดังนี้
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่[แก้]
การเลือกตั้ง[แก้]
ดูบทความหลักที่: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด จังหวัดเชียงใหม่แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 10 เขต มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 10 คน ส่วนวุฒิสภา มีการเลือกตั้งสมาชิกได้ 1 คน
การต่างประเทศ[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของสถานกงสุล ดังนี้ สถานกงสุลใหญ่ ได้แก่ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย และสถานกงสุลใหญ่เมียนม่า ส่วนสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ได้แก่ สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เยอรมนี โปรตุเกส ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ออสเตรีย แคนาดา อิตาลี เปรู บังกลาเทศ สวีเดน กรีซ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวิตเซอร์แลนด์
เมืองพี่น้อง[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีความสัมพันธ์ในฐานะเมืองพี่น้องกับเมืองดังต่อไปนี้[10]
เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (พ.ศ. 2543)
ยกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย (พ.ศ. 2550)
ชิงเต่า ประเทศจีน (พ.ศ. 2551)
ฉงชิ่ง ประเทศจีน (พ.ศ. 2551)
ฮาร์บิน ประเทศจีน (พ.ศ. 2551)
คุนหมิง ประเทศจีน (พ.ศ. 2552)
บูร์ซา ประเทศตุรกี (พ.ศ. 2556)
ซัปโปะโระ ประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2556)
เชียงตุง ประเทศพม่า (พ.ศ. 2556)
ประชากรศาสตร์[แก้]
ศาสนา[แก้]
ประชากรในจังหวัดเชียงใหม่ นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 91.8 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 5.6 ศาสนาอิสลามร้อยละ 1.17 ศาสนาฮินดูและสิกข์ร้อยละ 0.02 และอื่น ๆ ร้อยละ 1.41[10]
สถิติประชากร[แก้]
- หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
- หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
| อันดับ (ปีล่าสุด) | อำเภอ | พ.ศ. 2560[28] | พ.ศ. 2559[29] | พ.ศ. 2558[30] | พ.ศ. 2557[31] | พ.ศ. 2556[32] | พ.ศ. 2555[33] |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เมืองเชียงใหม่ | 234,649 | 234,837 | 235,589 | 234,244 | 235,154 | 235,059 |
| 2 | จอมทอง | 66,792 | 66,811 | 66,738 | 66,531 | 66,353 | 66,214 |
| 3 | แม่แจ่ม | 59,728 | 59,515 | 59,145 | 58,698 | 58,321 | 57,872 |
| 4 | เชียงดาว | 92,588 | 91,829 | 91,457 | 83,399 | 82,534 | 82,037 |
| 5 | ดอยสะเก็ด | 72,571 | 72,064 | 71,316 | 70,215 | 69,397 | 68,380 |
| 6 | แม่แตง | 75,790 | 75,699 | 75,893 | 75,044 | 74,968 | 74,875 |
| 7 | แม่ริม | 93,185 | 91,558 | 90,706 | 88,835 | 87,605 | 86,465 |
| 8 | สะเมิง | 23,690 | 23,642 | 23,580 | 23,386 | 23,289 | 23,373 |
| 9 | ฝาง | 118,324 | 118,075 | 117,589 | 112,847 | 112,439 | 112,035 |
| 10 | แม่อาย | 78,300 | 77,778 | 77,533 | 73,537 | 73,243 | 72,914 |
| 11 | พร้าว | 49,120 | 49,258 | 49,463 | 49,324 | 49,567 | 49,762 |
| 12 | สันป่าตอง | 75,416 | 75,290 | 75,329 | 75,390 | 75,490 | 75,332 |
| 13 | สันกำแพง | 85,563 | 84,327 | 82,906 | 81,144 | 80,080 | 79,072 |
| 14 | สันทราย | 133,063 | 131,414 | 130,251 | 127,062 | 123,817 | 121,262 |
| 15 | หางดง | 87,890 | 86,435 | 85,175 | 83,310 | 81,635 | 80,223 |
| 16 | ฮอด | 43,849 | 43,803 | 43,809 | 43,809 | 43,890 | 43,759 |
| 17 | ดอยเต่า | 27,406 | 27,393 | 27,458 | 27,406 | 27,326 | 27,278 |
| 18 | อมก๋อย | 62,833 | 62,317 | 61,899 | 61,076 | 60,429 | 59,794 |
| 19 | สารภี | 83,504 | 82,247 | 81,156 | 79,996 | 78,835 | 78,066 |
| 20 | เวียงแหง | 45,149 | 44,563 | 44,305 | 27,527 | 27,283 | 27,064 |
| 21 | ไชยปราการ | 46,013 | 45,962 | 45,954 | 44,760 | 44,670 | 44,642 |
| 22 | แม่วาง | 31,834 | 31,625 | 31,695 | 31,472 | 31,325 | 31,344 |
| 23 | แม่ออน | 21,266 | 21,296 | 21,287 | 21,281 | 21,292 | 21,260 |
| 24 | ดอยหล่อ | 26,052 | 25,931 | 26,041 | 26,083 | 26,196 | 26,260 |
| 25 | กัลยาณิวัฒนา | 12,265 | 12,093 | 11,968 | 11,908 | 11,750 | 11,300 |
| — | รวม | 1,746,840 | 1,735,762 | 1,728,242 | 1,678,284 | 1,666,888 | 1,655,642 |
เศรษฐกิจ[แก้]
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) พ.ศ. 2555 มีมูลค่า 163,828 ล้านบาท แบ่งเป็นภาคเกษตร (รวมถึงการล่าสัตว์และการป่าไม้) 28,014 ล้านบาท (17.1%) และนอกภาคเกษตร 135,813 ล้านบาท (82.9%) สาขาการผลิตนอกภาคเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าและบริการทางธุรกิจ (14.4%) การขายส่งขายปลีก (12.1%) การศึกษา (11%) ตัวกลางทางการเงิน (11%) การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ (7.9%) การก่อสร้าง (7.2%) อุตสาหกรรม (6.9%) และสาขาอื่น ๆ (14.9%) จังหวัดเชียงใหม่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 11.7[10]
มีรายได้ประชากรต่อหัวเฉลี่ย 89,542 บาท/คน/ปี อยู่ที่อันดับ 2 ของภาคเหนือรองจากจังหวัดลำพูน[10] สำหรับรายได้ประชากรในเขตชนบท เฉลี่ยนั้น อยู่ที่ 59,092.45 บาท/คน/ปี อำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุด คือ อำเภออมก๋อย 29,198.01 บาท/คน/ปี และอำเภอที่มีรายได้สูงสุด คือ อำเภอฝาง 110,592.77 บาท/คน/ปี[34]
ใน พ.ศ. 2556 จังหวัดเชียงใหม่มีกำลังแรงงาน 976,115 คน (60.45% ของประชากร) มีอัตราว่างงานเฉลี่ย 1.24% ซึ่งมีจำนวนราว 12,000 คน จังหวัดเชียงใหม่มีแรงงานต่างด้าว 67,113 คน โดยเกือบทั้งหมดเป็นชาวพม่า (66,995 คน) แรงงานต่างด้าวประกอบอาชีพในภาคการก่อสร้างมากที่สุด 27,993 คน รองลงมาอยู่ในภาคเกษตรและปศุสัตว์ 16,342 คน[10]
ภาคเกษตรกรรม[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่การเกษตร 1,835,425 ไร่ (14.61% ของพื้นที่จังหวัด) ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว 716,454 ไร่ และพืชสวน 459,254 ไร่ พื้นที่การเกษตรนี้อยู่ในเขตชลประทาน 642,979 ไร่ (35% ของพื้นที่การเกษตร) มีครัวเรือนการเกษตร 134,426 ครัวเรือน
พืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ ข้าว ลำไย ลิ้นจี่ กระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และส้มเขียวหวาน[10]
ภาคอุตสาหกรรม[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีโรงงาน 1,395 แห่ง เงินลงทุน 32,180 ล้านบาท แรงงาน 43,306 คน อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร เกษตร ขนส่ง อโลหะ และเครื่องดื่ม ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พ.ศ. 2554 มี 34 โครงการ ประเทศที่มีการลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สิงคโปร์มาเลเซีย เดนมาร์ก ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์[34]
การท่องเที่ยว[แก้]
ในการสำรวจ World Best Award-Top 10 Cities จากผู้อ่าน Travel and Leisure นิตยสารท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2553 ผลปรากฏว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 2 ของโลก รองแต่เพียงกรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งใน พ.ศ. 2552 จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 5 ของโลก โดยพิจารณาจากสถานที่ ทัศนียภาพ ความสวยงามและร่มรื่น ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี อาหารการกิน แหล่งช็อปปิ้ง ความเป็นมิตรของผู้คน ความคุ้มค่า ของเงิน เป็นต้น[35]
ใน พ.ศ. 2555 จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวราว 6.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2554 ราว 9 แสนคน อยู่ในอันดับที่ 4 ของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดชลบุรี เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2,192,322 คน (33.4%) สร้างรายได้รวม 53,507 ล้านบาท[10]
วัฒนธรรมและประเพณี[แก้]
ดูบทความหลักที่: รายชื่อวัดในจังหวัดเชียงใหม่ และ รายชื่อโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่
เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน คนเชียงใหม่ได้สั่งสมวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดมาจากบรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มีความผูกพันกับพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม ประเพณีที่สำคัญ ได้แก่
- ปีใหม่เมือง (สงกรานต์) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของชาวเชียงใหม่ แบ่งเป็นวันที่ 13 เป็นวันสังขารล่อง มีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพิธีสรงน้ำพระ วันที่ 14 เป็นวันเน่า ชาวบ้านจะเตียมข้าวของไปวัดและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่วันต่อไป และวันที่ 15 เมษายน ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และมีการเล่นสาดน้ำตลอดช่วงเทศกาล
- ประเพณียี่เป็ง จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี ราวเดือนพฤศจิกายน มีการตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ด้วยโคมชนิดต่างๆ มีการปล่อยโคมลอย มีการลอยกระทง ประกวดกระทงและนางนพมาศ
- ประเพณีเข้าอินทขิล จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่วัดเจดีย์หลวง เป็นการบูชาเสาหลักเมืองโดยการนำดอกไม้ธูปเทียนมาใส่ขันดอก
- เทศกาลร่มบ่อสร้าง จัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปี ที่ศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง มีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน มีการแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่ ประเพณีพื้นบ้าน
- มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จัดขึ้นในอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณสวนสาธารณะบวกหาด มีขบวนรถบุปผาชาติ และนางงามบุปผาชาติ
- งานไม้แกะสลักบ้านถวาย จัดขึ้นในเดือนมกราคม ที่หมู่บ้านถวาย อำเภอหางดง มีการจำหน่ายและสาธิตการแกะสลักไม้ และหัตถกรรมพื้นบ้าน
- ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ จัดขึ้นในเดือนเมษายน ในวันที่ 15 เป็นต้นไป ของทุกปี ที่บริเวณตัวเมืองจอมทอง มีขบวนรถจากชุมชน ห้างร้าน กลุ่มต่างๆ กว่า 40 ขบวน แห่ไปตามเมืองจอมทอง อำเภอจอมทอง จนถึง วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี ตามตำนานเกิดขึ้นที่อำเภอเภอจอมทอง ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและแห่งเดียวในโลก ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ กลายเป็นต้นแบบของการแห่ไม้ค้ำสะหลีของชาวล้านนา จนได้รับความนิยมไปทั่วภาคเหนือ และเป็นประเพณีที่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความนิยมอย่างมาก
โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]
การศึกษา[แก้]
ดูบทความหลักที่: รายชื่อโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่รับรองระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา มีจำนวนสถานศึกษาทั้งสิ้น 1,146 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นสถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐาน 893 แห่ง ตามมาด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน 140 แห่ง และมีสถาบันอุดมศึกษา 12 แห่ง มีครู/อาจารย์ 21,155 คน และนักเรียน นิสิต นักศึกษา 440,706 คน ซึ่งอัตราส่วนครู/อาจารย์ ต่อนักเรียน นิสิต นักศึกษาเป็น 1:21 นักเรียนในสังกัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมศึกษา 138,288 คน รองลงมาคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 75,804 คน[34]
สถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ที่สำคัญมีดังต่อไปนี้
นอกจากนี้ยังมีวิทยาเขตของสถาบันอุดมศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัด ได้แก่
สาธารณสุข[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีโรงพยาบาลแผนปัจจุบัน 48 แห่ง 6,045 เตียง[34] มีบุคลากรแพทย์ 1,065 คน (สัดส่วนต่อประชากรเป็น 1: 1,540) พยาบาล 4,812 คน (1: 341) และทันตแพทย์ 359 คน (1: 13,445)
อัตราการเกิด 10.98 ต่อ 1,000 คน อัตราการตาย 8.16 ต่อ 1,000 คน และอัตราการเพิ่มตามธรรมชาติ 2.52 ต่อ 1,000 คน[34]
โรงพยาบาลของรัฐที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลสวนปรุง
การขนส่ง[แก้]
ดูบทความหลักที่: การขนส่งในจังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่มีระบบขนส่งที่หลากหลายทั้งทางบก ทางรถไฟ และทางอากาศ โดยเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางการบินที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศและภูมิภาค เป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ มีระบบรางเข้าถึงและมีสถานีรถไฟกลาง 1 แห่งคือ สถานีรถไฟเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่มีสถานีรถโดยสารประจำทาง 3 แห่ง สำหรับการขนส่งผู้โดยสารไปยังอำเภอต่าง ๆ และจังหวัดใกล้เคียง
ทางด้านระบบขนส่งมวลชน มี รถแดง ตุ๊กตุ๊ก รถเมล์[36] แท็กซี่มิเตอร์ ให้บริการในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ และอำเภอใกล้เคียง
สาธารณูปโภคอื่น ๆ[แก้]
- ไฟฟ้า การไฟฟ้าของจังหวัดอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขตเหนือ รับซื้อกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ แหล่งผลิตแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีสถานีควบคุมการจ่ายไฟฟ้า 5 สถานี จำนวนการไฟฟ้า 32 แห่ง ในปี 2553 จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น 567,201 ราย ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในจังหวัด 2,264.45 ล้านหน่วย สามารถให้บริการไฟฟ้าได้ครอบคลุม 25 อำเภอ สำหรับหมู่บ้าน ที่ไม่สามารถขยายเขตระบบจำหน่ายได้เนื่องจากสาเหตุหลายประการ ได้แก่ เป็นหมู่บ้าน ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แหล่งต้นน้ำลำธาร ลุ่มน้ำ เขตป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งหลายแห่งมีการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
- ประปา การประปาในจังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ การประปาเชียงใหม่ การประปาฮอด การประปาสันกำแพง การประปาฝาง การประปาแม่ริม การประปาแม่แตง มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 54.83 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณการใช้น้ำ 25.33 ล้านลูกบาศก์เมตร มีจำนวนผู้ใช้น้ำ 112,685 ราย โดยในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีผู้ใช้น้ำประปามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 69.04 ของจำนวนผู้ใช้ประปาทั้งหมดของจังหวัด
- โทรศัพท์ จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนเลขหมายโทรศัพท์ 305,434 เลขหมาย เป็นเลขหมายที่มีผู้เช่า 186,294 เลขหมาย มีชุมสายโทรศัพท์ 247 แห่ง
- ไปรษณีย์ มีสำนักงานไปรษณีย์ จำนวน 37 แห่ง มีจำนวนผู้ใช้บริการ 2,467,286 ราย[34]
กีฬา[แก้]
จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติหลายครั้ง ได้แก่ เอเชียนเกมส์ 1998 และซีเกมส์ 1995 ฟุตบอลเอเชียเยาวชน 1998 และกีฬาในประเทศ ได้แก่ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ 3 ครั้ง การแข่งขันยกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดในปี พ.ศ. 2552[37] และล่าสุดคือ กีฬายุวชนอาเซียน
เชียงใหม่มีสโมสรฟุตบอลอาชีพ คือ สโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ ในเดือนตุลาคม 2549 ได้มีแถลงการเปิดบริษัทที่จะสนับสนุนฟุตบอลอาชีพ ในชื่อ "บริษัท พัฒนาธุกิจกีฬา เชียงใหม่" [38]
สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]
สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ[แก้]
|
|
สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป[แก้]
|
|
บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]
|
|
- การเมือง-ภาครัฐ
|
|
- สื่อมวลชน
|
|
- ศิลปิน
|
|
- บันเทิง
|
|
- กีฬา
|
|
อ้างอิง[แก้]
- แผนพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ปี 53 ข้อมูลทั่วไปจังหวัดเชียงใหม่, สืบค้นวันที่ 8 ส.ค. 2552
- ↑ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [1] [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
- ↑ 2.0 2.1 รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้าน พ.ศ. 2560 กรมการปกครอง. สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2561
- ↑ https://en.unesco.org/news/64-cities-join-unesco-creative-cities-network
- ↑ UNESCO Creative City Network, โดย creativechiangmai.com
- ↑ ชื่อเขียนตามที่ปรากฏใน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับวัดพระงาม จ.ศ. 1216
- ↑ ชื่อเขียนตามที่ปรากฏใน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับวัดพระงาม จ.ศ. 1216
- ↑ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.๕ บ.๑.๒/๖ พระราชหัตถเลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ ร ๒๑๘/๔๕ ลงวันอาทิตย์ เดือน ๘ แรม ๑ ค่ำ ปีมะแม จุลศักราช ๑๒๔๕ (๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๒๖) พระราชทานเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๓ น่า ๔๐๗๓ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๙
- ↑ "...เมืองเชียงใหม่ เปนเมืองเจริญมาก นับได้ว่าเป็นที่สองในกรุงสยาม การสินค้าก็บริบูรณ์มาก เพราะเปนเมืองตั้งอยู่ตามทางสินค้าที่มาจากพม่า การโยธามีถนนกว้างขวางใหญ่โต รถม้าเดินได้สะดวก พลเมืองมีหลายชาติ หลายภาษาคล้ายกรุงเทพ ไร่นาบริบูรณ์ด้วยเหมืองฝาย" พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม
- ↑ 10.00 10.01 10.02 10.03 10.04 10.05 10.06 10.07 10.08 10.09 10.10 สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่, บรรยายสรุปจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2557.[ลิงก์เสีย]
- ↑ แผ่นดินไหวขนาด 4.4 อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา. สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2560
- ↑ แผ่นดินไหวขนาด 4.1 ต.ทุ่งหลวง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา. สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2560
- ↑ แผ่นดินไหวขนาด 4.0 อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2560
- ↑ แผ่นดินไหวขนาด 4.2 อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2560
- ↑ สถิติแผ่นดินไหวที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2553
- ↑ เรื่อง ยกฐานะกิ่งอำเภอขึ้นเป็นอำเภอ
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2499/A/046/657.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2501/A/055/321.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2501/A/055/321.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2516/A/075/32.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2522/A/042/19.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2536/A/179/1.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2537/A/021/32.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2538/A/032/1.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/A/046/14.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/A/046/14.PDF
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/A/097/7.PDF
- ↑ "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้านประจำปี พ.ศ. 2560"
- ↑ "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้านประจำปี พ.ศ. 2559"
- ↑ "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้านประจำปี พ.ศ. 2558"
- ↑ "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้านประจำปี พ.ศ. 2557"
- ↑ "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้านประจำปี พ.ศ. 2556"
- ↑ "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้านประจำปี พ.ศ. 2555"
- ↑ 34.0 34.1 34.2 34.3 34.4 34.5 สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่, บรรยายสรุปจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2555.[ลิงก์เสีย]
- ↑ เชียงใหม่คว้าอันดับ2World Best Award-Top10Cities คมชัดลึก. สืบค้น 24 มกราคม 2555
- ↑ http://www.nationtv.tv/main/content/378555662/
- ↑ ยกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7, 8 พ.ค. 2552
- ↑ การแถลงข่าว เปิด บริษัท พัฒนาธุกิจกีฬา เชียงใหม่ จาก หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ: เชียงใหม่ |
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
- เว็บไซต์สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
- เว็บไซต์สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่
- ข้อมูลท่องเที่ยวเชียงใหม่
- "ที่นี่ สะเมิง" เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่
- รถเช่าเชียงใหม่
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ จังหวัดเชียงใหม่
- แผนที่ จาก มัลติแมป โกลบอลไกด์ หรือ กูเกิลแผนที่
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย
| จังหวัดแม่ฮ่องสอน | จังหวัดเชียงราย | |||
| จังหวัดแม่ฮ่องสอน | จังหวัดลำปาง, จังหวัดลำพูน | |||
| ||||
| จังหวัดตาก | จังหวัดตาก | จังหวัดลำพูน |
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||

Comments
Post a Comment